วัดไผ่ล้อมจังหวัดนครปฐม ยินดีต้อนรับ - ท่องแดนธรรมวัดไผ่ล้อม สักการะสิ่งศักดิ์ ตั้งจิตอธิฐาน กราบสังขารหลวงพ่อพูล ณ วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม    

อัตตะโนประวัติ

“หลวงพี่น้ำฝน” พระครูปลัดสิทธิวัฒน์

พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งยุค

สืบสานตำนานพระเวทย์

ทายาทศิษย์เอกหลวงพ่อพูล เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม

ตำบลพระปฐมเจดีย์   อำเภอเมืองนครปฐม  จังหวัดนครปฐม

 

 

          พระเดชพระคุณ พระมงคลสิทธิการ “หลวงพ่อพูล อัตตะรักโข” พระอมตะเถราจารย์ วัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม

          ทายาทศิษย์เอก ของท่าน คือ พระเดชพระคุณพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือที่ชาวบ้านทั่วไป เรียกจนติดปากว่า “หลวงพี่น้ำฝน”

          นามนี้ รู้จักทั่วบ้านทั่วเมือง ตั้งแต่เด็กเล็ก จนถึงผู้ใหญ่ คนเฒ่าคนแก่ เรียกขาน จนคุ้นชิน ให้ความเคารพศรัทธา ในฐานะพระดีที่กราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ

          “หลวงพี่น้ำฝน” ท่านมีผลงานมากมาย ทั้งทางโลกและทางธรรม รวมไปถึงความสามารถในการสร้างวัตถุมงคล และการอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล ที่ร่ำเรียนมาจากครูบาอาจารย์ เฉกเช่น “หลวงพ่อพูล”   

          “หลวงพี่น้ำฝน” เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน ปีพุทธศักราช 2515 โยมบิดาชื่อนายแสง โยมมารดาชื่อนางบุญส่ง นามสกุล สุนทรสุวรรณ เกิด ณ บ้านเลขที่ 6001/112 ถนนประชาสงเคราะห์ เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร

          วัยเยาว์เป็นเด็กที่มีความขยันขันแข็ง เนื่องเพราะที่บ้านยากจน โยมพ่อเสียชีวิต ตั้งแต่ “หลวงพี่น้ำฝน” ยังเด็ก มีเพียงแม่เท่านั้น ที่ทำงานหาเช้ากินค่ำ เลี้ยงลูกทั้ง 7 คน ด้วยความยากลำบาก

          ด้วยความเป็นเด็กที่มีจิตสำนึกดี มีความรับผิดชอบ ท่านจึงใฝ่ดี เลือกที่จะเรียนหนังสือไปด้วยและทำงานไปด้วย “เป็นการช่วยแม่อีกทางหนึ่ง” โดยไม่สร้างภาระให้ครอบครัว

          “หลวงพี่น้ำฝน” เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย เฉลียวฉลาดปราดเปรื่อง “ไม่คิดข้องแวะยาเสพติดแต่ประการใด”

           และจุดเริ่มต้นแห่งแสงธรรม จุดประกาย เมื่อคราเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ได้เข้าร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา บรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ทำให้ได้เรียนรู้ถึงสมาธิแห่งการสวดมนต์ การปฏิบัติในกรอบแห่งศีล และพระธรรมวินัย ส่งผลให้มีจิตใจอ่อนโยน นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

          การบรรพชาสามเณรฤดูร้อนครั้งนี้ ดลใจให้ใฝ่รู้ ในเรื่องคาถาอาคม เวทย์มนต์ เลขยันต์อักขระต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระคณาจารย์ ที่ทรงคุณวิเศษ นี่คือจุดเริ่มต้นพื้นฐานบนถนนแห่งธรรม

..............................................................

บรรพชาอุปสมบท

          จวบจนจังหวะ ที่คุณยายสาย พึ่งดอกไม้ ยายแท้ๆ เสียชีวิตครบ 1 ปี ต้องทำพิธีฌาปนกิจศพ ประกอบกับหลวงพี่น้ำฝน มีอายุครบบวชพอดี  จึงถือโอกาสบรรพชาอุปสมบท

          เมื่อวันที่ 16 เมษายน ปีพุทธศักราช 2536 ณ พัทธสีมาวัดไผ่ล้อม ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โดยมีพระเดชพระคุณ พระพิพัฒน์วิริยาภรณ์  หลวงพ่อผูก วัดพระปฐมเจดีย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า “กิตติจิตโต” แปลว่า “ผู้มีจิตที่น่าสรรเสริญ”

          ครานั้นตั้งใจบวชให้ยาย เพียง 15 วันเท่านั้น เหตุการณ์ผันแปร วิถีชีวิตเปลี่ยน “ยิ่งเรียนก็ยิ่งรู้  ยิ่งอยู่ก็ยิ่งชอบ” ความปรารถนาเดิม เปลี่ยนไป ได้เห็นวัตรปฏิบัติหลวงพ่อพูล เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ซึ่งท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพ จึง เกิดความศรัทธา ปิติในใจที่ได้มาใกล้ชิดหลวงพ่อ

..............................................................

พรรษาแรก ปีพุทธศักราช 2536

“ปฐมบท”

สอนวิชา “กตัญญู”

          ในพรรษาแรกนี้ เดินทางไปกับพระสงฆ์หลายรูป ร่วมกิจกรรมอยู่ปริวาส ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ นอนกลด สวดมนต์ เจริญสมาธิภาวนา จนสามารถได้วิชา เจริญสมาธิปลุกเสกอธิษฐานจิต “ถักสายสิญจน์สีขาว”สำเร็จ นี่คือด่านแรกแห่งความตั้งใจที่จะมอบกายถวายใจอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์สืบไป

          เมื่อกลับจากอยู่ปริวาส หลวงพี่น้ำฝน ตัดสินใจเข้าไปรับใช้หลวงพ่อ  ดูแลทำงาน ด้วยความตั้งใจ เรียนรู้สรรพวิชา  ด้วยความขยันหมั่นเพียร ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

          วิชาแรกที่หลวงพ่อมอบให้ เป็นปฐมบท คือ สอนให้มีความกตัญญูกตเวที ขยัน ซื่อสัตย์  อดทน รู้บุญคุณคน  ท่านย้ำเน้น ถ้าไม่ผ่านวิชานี้  วิชาอื่นๆก็ เรียนต่อไม่ได้

          วิชากตัญญูกตเวที เป็นวิชาเอก ที่จะทำให้ทุกวิชาสำเร็จได้

          จากนั้นหลวงพี่น้ำฝน ท่านคอยดูแลรับใช้หลวงพ่อพูลอย่างใกล้ชิด ด้วยความเคารพศรัทธา ปรารถนาจะได้เรียนรู้สรรพวิชาจากท่าน และที่สำคัญหลวงพ่อพูล ท่านก็เมตตา คอยสั่งสอนอบรม รักเอ็นดู เสมือนหนึ่งลูกหลานอย่างแท้จริง

..............................................................

ฝึกงานกับหลวงพ่อ

เรียนเขียนผ้ายันต์เสาเอก

          ตลอดปีพุทธศักราช 2536 ถึงปีพุทธศักราช 2537 เสมือนหนึ่งเป็นการทดลองงาน ฝึกความขยัน ซื่อสัตย์ อดทน หลวงพ่อสอนให้รู้ว่า การเป็นพระสงฆ์นั้น มีความขยันหมั่นเพียร มีความรับผิดชอบในหน้าที่ ตื่นเช้าทำวัตร สวดมนต์ บิณฑบาต ทำงานในวัด ทำความสะอาด กวาดลานวัด อ่านหนังสือ เรียนหนังสือ ค้นคว้าหาวิชาความรู้ และคอยดูแลปรนนิบัติหลวงพ่อ ท่านเรียกใช้งานอะไร ก็จะคอยอยู่ใกล้ๆ ท่านมีกิจนิมนต์ที่ไหน ก็จะคอยติดตามไปดูแลสม่ำเสมอ

          เมื่อครานั้นหลวงพ่อพูล ท่านมีชื่อเสียงโด่งดัง ในเรื่องของการตั้งศาลพระภูมิเจ้าที่ เป็นอย่างมาก ญาติโยมต่างมานิมนต์ท่าน ถึงขนาดใน 1 วัน บางครั้งมีถึง 4 -5 งานด้วยกัน หลวงพี่น้ำฝนจะเป็นผู้ช่วยคอยติดตามหลวงพ่อ เรียกว่าไปไหนไปด้วยกันตลอด ได้เรียนรู้วิชาตั้งศาล ปลูกบ้าน ยกศาลพระภูมิ อย่างละเอียดถี่ถ้วนได้เห็นและจดจำ บทสวดพระคาถาในการตั้งศาล ที่หลวงพ่อถ่ายทอดให้

          พอตกเย็น ท่านก็จะเรียกมาสอนให้เขียนผ้ายันต์เสาเอก เพื่อนำไปติดที่บ้านญาติโยมเวลายกเสาเอก ก่อนเริ่มสร้างบ้าน จนหลวงพี่น้ำฝนมีความชำนาญเป็นที่เลื่องลือ                   

..............................................................

อยู่เบื้องหลังสร้างวัตถุมงคล

สอนสมาธิน้ำหมากทาพระสมเด็จ

          ระหว่างอยู่กับหลวงพ่อ ซึมซับวัตรปฏิบัติมากมาย ท่านพูดน้อย เน้นการปฏิบัติให้ดูเป็นตัวอย่าง ท่านคอยบอกและแนะนำ  เวลาที่ไม่เข้าใจ

          หลวงพ่อสอนให้ฝึกวิชาทำสมาธิ ด้วยการนำพระเครื่องที่ท่านสร้างไว้ คือ  พระพิมพ์สมเด็จ โดยนำน้ำหมากมาทา แล้วให้ขัด พร้อมทั้งอธิษฐานจิตไปด้วย  เป็นการเจริญสมาธิอีกแบบหนึ่ง  ที่ได้ทั้งการทำสมาธิ และการอธิษฐานจิต ท่านสอนโดยการบอกให้ทำ นับเป็นเสี้ยวหนึ่ง ที่จิตถึงจิต  สำเร็จโดยปริยาย

          ปีพุทธศักราช 2537 หลวงพี่น้ำฝน อยู่เบื้องหลังการสร้างวัตถุมงคล ถวายหลวงพ่อพูล ด้วยการสร้างเหรียญหลวงพ่อพูล หนุมานเชิญธง เนื้อเงินลงยา เนื้อสตางค์ พิมพ์ทรงน้ำเต้า พุทธศิลป์ย้อนยุคแบบโบราณ เนื้อลงยา จารึกชื่อ หลวงพ่อพูล อัตตะรักโข และเหรียญหล่อเสมา หลวงพ่อเงิน-หลวงพ่อพูล

          ปีพุทธศักราช 2538 อยู่เบื้องหลัง สร้างวัตถุมงคล  คิดค้นออกแบบ เหรียญเจ้าสัว เหรียญเจ้าทรัพย์ พระพิมพ์เข่าลอย พระพิมพ์พะเนียงแตก  โดยสร้างขึ้นเป็นเนื้อโลหะชุบทอง สร้างเหรียญหลวงพ่อพูล พิมพ์ใบโพธิ์ และรูปหล่อหลวงพ่อพูล ขนาดบูชา 5 นิ้ว

          สำหรับพระพิมพ์เจ้าสัว นับเป็นเหรียญหล่อโบราณ ที่มีพุทธศิลป์งดงาม ด้านหน้าพระประธาน นั่งขัดสมาธิ ในซุ้มเรือนแก้ว ฐานกลีบบัว ด้านหลังยันต์ประจำองค์หลวงพ่อพูล จารึกคำว่า “เจ้าสัว วัดไผ่ล้อม” ล้อมด้วยปล่องไผ่ สัญลักษณ์แห่งวัดไผ่ล้อม

          พระพิมพ์เจ้าทรัพย์ ทรงซุ้มครอบแก้ว ล้อมด้วยข้างเม็ดไข่ปลา องค์พระประธานปางขัดสมาธิ นั่งบนฐานชุกชี ด้านหลังปั๊มยันต์ประจำองค์หลวงพ่อพูล พิมพ์นูน ใต้ยันต์ เขียนไว้ว่า “เจ้าทรัพย์ วัดไผ่ล้อม” ล้อมรอบเหรียญด้วยปล่องไผ่ สัญลักษณ์ของวัดไผ่ล้อม

          พระพิมพ์เข่าลอย ใจกลางประดิษฐานพระปางมารวิชัย ล้อมรอบลายไทยโบราณ องค์พระประทับบนฐาน พระพักตร์แย้มพระสรวล สง่างาม เปี่ยมเมตตาบารมี ด้านหลังจารึกยันต์อะระหังพุทโธ

          ส่วนพระพิมพ์พะเนียงแตก เหรียญหล่อ ห่วงในตัว ใจกลางพระพุทธรูปปางขัดสมาธิ เนื้อทองฝาบาตร ขัดเงา

..............................................................

ปีพุทธศักราช 2539

สอนวิชาทำ “รัก-ยม”

ครอบครู ครั้งแรก

          หลวงพ่อพูล ท่านมอบหมายให้หลวงพี่น้ำฝน ไปหาไม้รักซ้อน ที่ชี้ไปทางทิศตะวันออก นำมาแกะทำเป็นตัวรัก   แล้วก็ไปหาไม้มะยม ที่ชี้ไปทางทิศตะวันออก นำมาแกะทำเป็นตัวยม และที่สำคัญต้องเป็นไม้ตายพราย คือตายเอง จากนั้นก็ให้นำมาแกะเป็นรูปเด็กไว้ผมจุก ยืนกำหมัดทั้งสองข้าง เสร็จแล้วนำบรรจุลงในขวดแก้วเล็กๆ ซึ่งท่านให้ไปตัดไม้ระกำมาทำเป็นจุก ปิดขวด สำหรับไม้ระกำนั้น ท่านให้หลวงพี่น้ำฝน ไปเอาไม้ระกำที่ต้นหลังวัดห้วยจระเข้  โดยระบุให้ตัดเฉพาะกิ่งที่หันไปทางทิศตะวันออก และท่านยังบอกด้วยว่าให้ระวังหมา  เพราะตรงนั้นเป็นบ้านครู หมาดุมาก 

          หลวงพ่อสอนวิชาทำรักยม คาถาเสกรักยม ท่านให้วิชาตั้งแต่เริ่มจนจบ

          ปีพุทธศักราช 2539 พรรษา 3 นับเป็นปีที่สำคัญของพระเดชพระคุณหลวงพี่น้ำฝน เป็นอย่างมาก เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูล ตัดสินใจทำพิธีครอบครูให้ โดยมีประกาศิต เรียกให้เข้าไปพบ โดยบอกจะครอบครูให้ ซึ่งในวันดังกล่าว ตรงกับวันวิสาขบูชา วันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งหลวงพ่อจัดให้มีพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์เป็นประจำทุกปี ท่านให้เด็กวัด จัดเตรียมเครื่องเซ่นไหว้ ดอกไม้ ธูปเทียน พานบายสี ทำพิธีครอบครูให้หลวงพี่น้ำฝน อย่างเป็นทางการ เพื่อสืบสานตำนานพระเวท มอบให้สนองงานรับใช้อย่างเป็นทางการ

          ประเดิมภารกิจรับงานแรก สร้างอุโบสถเฉลิมพระเกียรติ โดยหลวงพี่น้ำฝนได้กราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เพื่อทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันอังคารที่ 25 มิถุนายน ปีพุทธศักราช 2539

          และใน ปีนี้ หลวงพี่น้ำฝน สร้างเหรียญหลวงพ่อพูล ขนาดจัมโบ้ หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า เหรียญโก๋  ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง 2.8 เซนติเมตร เนื้อ 3 กษัตริย์ ด้านหน้ารูปเหมือนหลวงพ่อพูล ครึ่งองค์ มีโค้ด 84 ตรงจีวร เขียนเป็นเลขไทย ด้านล่าง เขียนว่า “หลวงพ่อพูล” ด้านหลังเขียนว่า รุ่นไตรมาส 84 วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม เหรียญหลวงพ่อพูล บารมี 8 ทิศ มอบเป็นที่ระลึกพิธีวางศิลาฤกษ์อุโบสถเฉลิมพระเกียรติ เหรียญหลวงพ่อพูล รุ่นบูชาครู 2539  พระกริ่งไผ่ล้อม ขนาดบูชา 3 นิ้ว และหลวงพ่อสุโขทัย ขนาดบูชา 5 นิ้ว 9 นิ้ว ฐานถอดได้

          ซึ่งในปีนี้หลังจากครอบครูแล้ว หลวงพี่น้ำฝน มุ่งเรียนวิชาเขียนอักขระคาถาเลขยันต์ อย่างจริงจัง  ทำให้สามารถเขียนยันต์ได้หลากหลาย กำหนดจิตพิจารณา ลงอักขระท่องมนต์ ตามที่หลวงพ่อพูล ได้ถ่ายทอดวิชาให้ จนสัมฤทธิ์ผลตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมา

          หลวงพี่น้ำฝน ท่านซึมซับความกตัญญู จากหลวงพ่อพูล ผู้เป็นอาจารย์ นำมาถ่ายทอดสั่งสอนญาติโยม  มีเอกลักษณ์โดดเด่น อย่างยิ่ง

          โดยเฉพาะแนวคิดคำสอนบ่งบอกถึงความเป็นทายาทที่มีความสามารถทั้งทางการเจริญเมตตาและพุทธาคม ถึงพร้อมทั้งแนวปฏิบัติด้านการสวดมนต์ที่ไม่เคยขาด

..............................................................

ปีพุทธศักราช 2540

เรียนวิชาทำกุมารทอง เนื้อดิน 7 ป่าช้า

สร้างเหรียญโก๋ พระสังกัจจายน์รุ่นแรก

          ระหว่างนี้หลวงพี่น้ำฝน ต้องทำงานหนัก ดูแลรับใช้หลวงพ่อ ออกงานกิจนิมนต์ตามสถานที่ต่างๆ และต้องวิ่งดูงานสร้างอุโบสถเฉลิมพระเกียรติ  อีกทั้งยังต้องวิ่งหาปัจจัย ออกไปซื้อวัสดุก่อสร้างเอง ทั้งอิฐ หิน ปูน ทราย เหล็ก ถึงแม้งานจะหนักเพียงไร แต่หลวงพี่น้ำฝน ท่านก็ไม่ละเว้นงานราษฎร์งานหลวง โดยเฉพาะเรื่องของ การเรียนสรรพวิชาต่างๆจากหลวงพ่อ ซึ่งในปีนี้ถือว่าโชคดีมากๆ ที่หลวงพ่อมอบวิชาทำกุมารทองให้

          โดย ท่านออกเดินทางไปกับหลวงพี่น้ำฝน เพื่อไปขุดดิน 7 ป่าช้า มาบดผสมสร้างกุมารทองสมบัติ

          ถือฤกษ์งามยามดีออกจากวัดไผ่ล้อม เวลา 5 ทุ่ม ในคืนวันลอยกระทรง พระจันทร์เต็มดวง ไปทั้งหมด 7 วัด 7 ป่าช้า นำมาสร้าง เป็นเนื้อผงรุ่นแรก ท่านสอนทุกขั้นตอน ตั้งแต่การไปหามวลสาร การผสมมวลสาร การปลุกเสก รวมไปถึงคาถาอาคมที่เกี่ยวข้องกับกุมารทอง ในสมัยนั้นให้บูชาองค์ละ 150 บาท ปรากฏว่า หมดในเวลาเพียงไม่กี่วัน ชาวต่างชาติให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะชาวสิงคโปร์ เดินทางมาบูชาที่วัดจำนวนมาก

          อานิสงส์ของกุมารทองสมบัติ เนื้อผงดิน 7 ป่าช้า รุ่นนี้ สามารถนำปัจจัยมาสร้างซุ้มประตูอุโบสถเฉลิมพระเกียรติ ทั้ง 4 ซุ้ม สำเร็จเสร็จสมบูรณ์ น่าประทับใจเป็นที่สุด

          และในปีพุทธศักราช 2540 นี้ หลวงพี่น้ำฝน อยู่เบื้องหลังการออกแบบสร้างเหรียญโก๋ พระสังกัจจายน์ ขนาดจัมโบ้ สร้างเอกลักษณ์มิติใหม่ให้กับวงการวัตถุมงคล ในมุมมองของเหรียญที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งสมัยนั้นคนไม่นิยม แต่หลวงพี่น้ำฝน สามารถเปลี่ยนแนวความคิด ให้ผู้คนมานิยมแขวนเหรียญพระสังกัจจายน์ ที่มีขนาดใหญ่ เลี่ยมแขวนอาราธนาติดกาย นิยมแพร่หลายกันถ้วนหน้า อีกทั้งยังสร้างเป็นเนื้อเงินแท้อีกด้วย

          ปีพุทธศักราช 2541 หลวงพี่น้ำฝน สร้างรูปหล่อลอยองค์หลวงพ่อพูล พิมพ์เล็ก เนื้อนวโลหะ เนื้อทองผสม รูปหล่อจัมโบ้ เนื้อทองผสม เนื้อนวโลหะ   และรูปหล่อลอยองค์แบบช่อ

          ปีพุทธศักราช 2542 หลวงพี่น้ำฝน สร้าง เหรียญหลวงพ่อพูล รุ่นทานบารมี, พระกริ่ง พระชัยวัฒน์อัตตะรักโข ขนาดบูชา 1.5 นิ้ว ขันน้ำมนต์ อู่แสนสุข เงิน เพิ่ม พูล, เหรียญหลวงพ่อพูล ขวัญถุง เงิน เพิ่ม พูล,และแหวน เงิน เพิ่ม พูล เนื้อกะไหล่ทอง

..............................................................

ปีพุทธศักราช 2543

หลวงพ่อมอบวิชา “สร้างหนุมาน”

สานสร้างอุโบสถเฉลิมพระเกียรติ สำเร็จ

          นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่หลวงพี่น้ำฝน สามารถสร้างอุโบสถเฉลิมพระเกียรติ แล้วเสร็จ โดยหลวงพ่อพูล ได้มอบหมายให้ท่านทำทุกอย่าง ตั้งแต่หาปัจจัย ออกแบบ เป็นสถาปนิก ซื้ออิฐ หิน ปูน ทราย เหล็ก ทำด้วยตัวท่านเองทุกอย่าง  จวบจนอุโบสถเสร็จสมบูรณ์ งดงามตามแบบพุทธศิลป์ไทย ได้รับคำชมจากบุคคลทั่วไปว่า ญาติโยมพุทธศาสนิกชนโบสถ์ที่สวยที่สุดในจังหวัดนครปฐม

          มีความเพียบพร้อมสมกับความเป็นอุโบสถเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และได้รับพระบรมราชานุญาต ให้อัญเชิญตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 5 ธันวาคม 2530 และตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปีประดิษฐานที่หน้าบันอีกด้วย

          หลวงพี่น้ำฝน ท่านตั้งใจ อุทิศแรงกาย แรงใจ ทุ่มเทให้กับอุโบสถเฉลิมพระเกียรติหลังนี้เป็นอย่างมากด้วยดวงจิตมุ่งหวัง เพื่อถวายความกตัญญูกตเวทีต่อหลวงพ่อพูล ที่ท่านได้เมตตาต่อศิษย์ยานุศิษย์เสมอมา

          ปีนี้นับเป็นพรรษาที่ 7 ประจวบกับหลวงพี่น้ำฝน มีอายุครบ 28 ปีบริบูรณ์ ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็น พระครูสมุห์ พระครูฐานานุกรม ในพระธรรมสิทธิเวที ปัจจุบัน พระพรหมสุธี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค12 วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร                      

          และในปีพุทธศักราช 2543 หลวงพี่น้ำฝน สร้างหนุมานเชิญธง ขนาดบูชารุ่นแรก เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ และเนื้อโลหะปิดทอง สร้างกริ่งหนุมาน เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ เนื้อสัมฤทธิ์ เนื้อผงว่าน เนื้อหินเขี้ยวหนุมาน  รูปหล่อหลวงพ่อพูล นั่งไผ่ลงสี ขนาดบูชา, ผ้ายันต์หลวงพ่อพูล หนุมานเชิญธงทรงพลัง

          ปีพุทธศักราช 2544 หลวงพี่น้ำฝน สร้าง เหรียญพระสังกัจจายน์, ลูกอมกริ่งพระสังกัจจายน์,  เหรียญฤาษีบรมครู-พระพิฆเนศ รุ่นดารา  เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อพูล เสมาพูลสุข ปิดทองลูกนิมิต, เหรียญร่วมสร้างบารมี หลวงพ่อพูล หลวงพ่อเงิน, เหรียญหล่อพระพิฆเณศ-พ่อแก่, พระปรกใบมะขาม พูลสุข, สมเด็จเวฬุวัน หลังรูปเหมือนหลวงพ่อพูล(มีกริ่ง) เนื้อโลหะ เนื้อผง, รูปหล่อลอยองค์หลวงพ่อพูล นั่งไผ่, กริ่งพระพิฆเณศ, เหรียญหลวงพ่อพูล หลังหนุมาน 8 กร (หลังเรียบ หลังจาร), และรูปหล่อหลวงพ่อพูล บูชาสะดุ้งกลับ ขนาด 5.9 นิ้ว เนื้อโลหะ

............................................................................

ปีพุทธศักราช 2545 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ

เสด็จพระราชดำเนินตัดหวายลูกนิมิต

หลวงพ่อสอนวิชาลงนะหน้าทอง จันทร์มหาเสน่ห์

          เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ปีพุทธศักราช 2545 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินตัดหวายลูกนิมิต และประกอบพิธีผูกพัทธสีมา อุโบสถเฉลิมพระเกียรติ วัดไผ่ล้อม

          และที่สำคัญในปีดังกล่าวนี้ หลวงพ่อพูลได้มอบวิชาลงหน้าทอง ตำรับจันทร์มหาเสน่ห์ให้แก่หลวงพี่น้ำฝน ในฐานะทายาทพุทธาคม เพื่อเป็นการสืบสานพิธีลงนะหน้าทอง สุดยอดตำราจันทร์มหาเสน่ห์ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ญาติโยม

          และในปีนี้พุทธศักราช 2545 หลวงพี่น้ำฝน สร้างพระกริ่งอุดมสมบูรณ์พูลสุข ขนาดคล้องคอ ขนาดบูชา 3 นิ้ว, หนุมานแผลงฤทธิ์ แปดกร ขนาดบูชา เนื้อโลหะปิดทอง เนื้อนวะโลหะ เนื้อโลหะเพ้นท์สี, กริ่งลูกอมพระสังกัจจายน์, กริ่งลูกอมหนุมานครองเมือง ขนาดห้อยคอ, กริ่งลูกอมหนุมานครองเมือง กริ่งลูกอมพระสังกัจจายน์ เนื้อโลหะเพ้นท์สี ขนาดบูชา 3 นิ้ว, เหรียญพระนาคปรก-ท้าวเวสสุวรรณ รุ่นแรก, เหรียญ 9 ยอด 90 ปี หลวงพ่อพูล

 ..............................................................................

ปีพุทธศักราช2546

หลวงพ่อสอนวิชาเจิมรถแคล้วคลาดปลอดภัย

          ในสมัยที่หลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่ มีคนนำรถมาให้ท่านเจิม เป็นจำนวนมากทุกวัน  โดยหลวงพ่อจะให้จอดรถหันหน้าไปทางทิศตะวันออก แล้วท่านจะขึ้นไปนั่งบนรถ ใช้ผ้าสามสี พันรอบกระจกมองหลัง เสกคาถา พุทธธังแคล้วคลาด ธัมมังแคล้วคลาด สังฆังแคล้วคลาด เดินทางไม่ประมาทแคล้วคลาดปลอดภัย แล้วก็เขียนยันต์ ลงไปที่หลังคาด้านหน้าคนขับ เจิมแป้งมงคลที่ประโปรงด้านหน้ารถ แล้วพรหมน้ำพระพุทธมนต์ จากนั้นให้คนขับเจ้าของรถบีบแตร 3 ครั้ง เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนขับรถออกไป

          หลวงพี่น้ำฝน ท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาเจิมรถ จากหลวงพ่อ อย่างเต็มเปี่ยม จวบจนหลวงพ่อละสังขาร มีญาติโยมจำนวนมากเดินทางมาที่วัดไผ่ล้อม นำรถมาให้ท่านเจิม และเมื่อกลับไปแล้ว ต่างประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต แคล้วคลาดปลอดภัย เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ค้าขายร่ำรวย

          ปีพุทธศักราช 2546 หลวงพี่น้ำฝน สร้าง เหรียญแซยิด 91 ปีหลวงพ่อพูล ด้านหลังมหายันต์หนุมานแผลงฤทธิ์, ลูกอมเสือพุทธาคม รุ่นแรก, เขี้ยวเสือโห่อาคม, เหรียญพรหมปาฏิหาริย์ เนื้อ 3 กษัตริย์ขัดเงา  เนื้อเงินลงยา, สิงห์เมตตามหาบารมี เนื้อทองคำ เนื้องาแกะ เนื้อพ่นทราย 3 กษัตริย์ เนื้อนวโลหะแก่ทอง เนื้อชุบทองไมครอนขัดเงา เนื้อสัมฤทธิ์,  และสร้างสิงห์บูชา เนื้อโลหะ ปิดทองแท้ ขนาด 1.5 นิ้ว ขนาด 5 นิ้ว

..............................................................

เรียนวิชาเจิมนะเมตตามหามงคล

          การเจิมแป้งนะเมตตามหามงคล ของหลวงพ่อ เป็นที่เลื่องลือไปไกลอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ

          ใครก็ตามที่เดินทางมาที่วัดไผ่ล้อม ทุกคนล้วนต้องมาเข้าคิวต่อแถวรอให้หลวงพ่อเจิมแป้งที่หน้าผาก เจิมกระเป๋าสตางค์ และวัตถุมงคลต่างๆ

          “แป้งนะเมตตา มหามงคล” หลวงพ่อพูลท่านได้ทำแป้งผสมมวลสารที่เป็นมงคลและทำพิธีเสกแป้งมาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายปี

          หัวใจสำคัญคือการผสมแป้งลงกับน้ำมันหอม อันเป็นสูตรมงคล ผสมน้ำมันหอม 9 กลิ่น ซึ่งได้ผ่านพิธีปลุกเสกผสมผสานคลุกเคล้ามาอย่างยาวนาน รวมไปถึงได้นำเข้าพิธีพุทธาภิเษกสำคัญๆ มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

          “การเจิมแป้งนะเมตตา มหามงคล” นับเป็นความเมตตาที่หลวงพ่อ มีต่อลูกศิษย์ลูกหาทั่วไปอย่างมากมายที่เดินทางมาจาก ทั่วสารทิศ หลั่งไหลมาให้ท่านเจิมไม่ขาดสายโดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ เจิมแป้งนะเมตตา เป็นการเสริมบารมี ส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าในชีวิต มีโชคมีลาภ ไม่เจ็บ ไม่จน กินอิ่ม นอนอุ่นตลอดกาล

          ผลสำเร็จในจุดนี้ทำให้ผู้ที่เคยเจิมไปแล้วเมื่อกลับไปบ้านและได้ประกอบอาชีพการงานต่างประสบความสำเร็จ มีความเจริญรุ่งเรือง ตามที่ขอไว้ทุกประการ

          วิชาเจิมแป้งนะเมตตา หลวงพี่น้ำฝนได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อโดยตรง เป็นมงคลจากครูบาอาจารย์ ที่ถ่ายทอดประสิทธิ์ประสาทวิชาชั้นเลิศ มีคุณอันประเสริฐอย่างแท้จริง

..................................................................................

เรียนวิชาสวดสะเดาะเคราะห์เสริมบารมี

          พิธีสวดสะเดาะเคราะห์เสริมบารมี ถือเป็นพิธีกรรมเก่าแก่ เป็นบทสวดโบราณที่หลวงพ่อพูลได้ประยุกต์ อนุรักษ์พระคัมภีร์โดยดำริให้สวดเพื่อสงเคราะห์ญาติโยมที่เดือดร้อนในธุรกิจการงาน ตกทุกข์ได้ยาก หนีร้อนมาพึ่งเย็น และเพื่อเป็นการแก้เคล็ด สวดเสริมเพิ่มบุญญาบารมี

          เป็นการเสริมสิริมงคล เสริมราศี เพื่อความสุขความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตประจำวัน

          หลวงพี่น้ำฝนได้รับการถ่ายทอดวิชานี้มาจากหลวงพ่อและได้สืบทอดตำรับบทสวดโบราณกาล ตามตำราครูบาอาจารย์อย่างเคร่งครัด สวดครบประจำวันเกิดทั้ง 8 ตามกำลังวัน

          พิธีกรรมนี้เป็นที่เลื่องลือและโด่งดัง กล่าวขานถึงอย่างกว้างขวาง มีความต่อเนื่องในกระแสด้านประสบการณ์ ผู้ที่ร่วมพิธีเมื่อกลับไปแล้ว ต่างประสบความสำเร็จในชีวิต เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน สมหวังกับความปรารถนาทุกประการ

          ทุกวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์จะมีประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อเข้าร่วมพิธีสวดนพเคราะห์เสริมบารมีกับหลวงพี่น้ำฝน และ จุดนี้ ถือเป็นประจักษ์พยาน ที่สามารถสานต่อพิธีกรรมดังขลังดีของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูล ไว้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

          และที่สำคัญในปีพุทธศักราช 2547 หลวงพี่น้ำฝน สร้าง รูปเหมือนหลวงพ่อพูล พิมพ์นั่งสมาธิแผ่เมตตาบารมี เหนือเทพหนุมานครองเมือง เนื้อขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาสห่มจีวรจริง รุ่นแรก ขนาดบูชา 2 นิ้ว 5 นิ้ว 9 นิ้ว, ขนาดบูชา เนื้อโลหะ รุ่นแรก, และท้าวเวสสุวรรณ เนื้อผงตะเคียนทอง เนื้อโลหะ 

......................................................................

ปีพุทธศักราช 2548

หลวงพ่อพูลละสังขาร วันวิสาขบูชา

          ประวัติศาสตร์วงการสงฆ์ไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม ปีพุทธศักราช 2548 วันวิสาขบูชา หลวงพ่อพูลละสังขาร อย่างสงบ ท่ามกลางความเศร้าสลด ของญาติโยมพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ

          หลวงพี่น้ำฝน คือทายาทศิษย์เอกรูปแรกและรูปเดียวของหลวงพ่อ ที่ต้องสานต่องานรับภาระธุระในบวรพุทธศาสนามากมาย ทั้งภายในวัดไผ่ล้อม และภายในวัด

          ภาพของหลวงพี่น้ำฝน ที่ใกล้ชิดสนิทแนบอยู่กับหลวงพ่อมาโดยตลอด ตั้งแต่แรกบวช จวบจนหลวงพ่อละสังขาร ฉะนั้นจึงไม่สามารถปฏิเสธตำแหน่งทายาทศิษย์เอกนี้ได้เลย วิชาทั้งหมดที่เรียนมาจากหลวงพ่อ โดยเฉพาะวิชาแรก คือวิชาแห่งความกตัญญูกตเวที ฝังลึกอยู่ในหัวใจของหลวงพี่น้ำฝน ทุกลมหายใจ จะทำงานใหญ่หรืองานเล็ก หลวงพี่น้ำฝนต้องยกหลวงพ่อขึ้นเหนือความคิด เหนือจิตใจ เคารพบูชา ครูบาอาจารย์ เป็นหลักชัยในการทำงานตลอดเวลา

          และในปีนี้เองหลวงพี่น้ำฝน ได้สร้างพระขุนแผน กุมารทอง พิมพ์กรรมการ  เนื้อโลหะพ่นทราย สามกษัตริย์  เนื้อผงคชสาร เนื้อผงตะเคียน เนื้อทองไมครอนขัดเงาส่งผลทำให้พระขุนแผนหลวงพ่อพูลดังไปไกลทั่วโลกอีกทั้งปัจจัยที่ได้นำไปสร้างฌาปนสถานปลอดมลพิษสำเร็จลุล่วง

          ปีพุทธศักราช 2549 สร้างเหรียญนพรัตน์คู่บุญ นพคุณคู่บารมี สุดยอดเหรียญประจำวันเกิด ที่มีความงดงามเหนือคำบรรยาย นับเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมศรัทธาสูงสุดจากสาธุชน ทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศ

          ปีพุทธศักราช 2550 สร้างเหรียญเทพฑิฆัมพร สร้างวัตถุมงคลจตุคามรามเทพ และมงคลวัตถุหลวงพ่อพูล-มหาเทพ 8 ทิศ

          ปีพุทธศักราช 2551 สร้างวัว-ควายธนู พระโพธิสัตว์กวนอิมพันมือ  พระพิฆเนศ-พ่อแก่

..............................................................

ปีพุทธศักราช2552

เรียนวิชาเขียนยันต์ตะกรุดโสฬส

          หลวงพี่น้ำฝน ได้ไปร่ำเรียนวิชากับหลวงปู่วาส พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง แห่งวัดสะพานสูง จังหวัดนนทบุรี เพื่อศึกษาวิชาเขียนยันต์ตะกรุดโสฬส ซึ่งหลวงปู่วาสคือทายาทศิษย์เอกรูปสุดท้ายของหลวงปู่เอี่ยม เทียวไปเทียวมาอยู่หลายเดือน จวบจนเมื่อวันที่ 22 มกราคม พุทธศักราช 2552 หลวงปู่วาสได้ทำพิธีครอบครูให้หลวงพี่น้ำฝน อย่างเป็นทางการ นับเป็นการมอบวิชาตำราการเขียนยันต์โสฬส ของหลวงปู่เอี่ยม พร้อมทั้งกรรมวิธีการปลุกเสก ตามตำรับตำราเก่าของหลวงปู่เอี่ยม หลวงพี่น้ำฝนได้วิชาการทำตะกรุดมาอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยความเมตตาของหลวงปู่วาส ที่ได้เล็งหาศิษย์ที่มีความสามารถและมีความตั้งใจจริง

..............................................................

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม ปีพุทธศักราช 2552

หลวงพี่น้ำฝนเริ่มพิธีลงนะหน้าทองครั้งแรก

          ถือเป็นวันแรกของการลงนะหน้าทอง จันทร์มหาเสน่ห์ ตำรับหลวงพ่อพูล โดยหลวงพี่น้ำฝน เป็นการเอาฤกษ์ชัย หลังจากได้ทำพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ปีพุทธศักราช 2552 วันวิสาขบูชา โดยในทุกวันจันทร์ทุกเพศทุกวัย สามารถเข้าร่วมพิธี นี้ได้ พิธีจะเริ่มต้นที่ หลวงพี่น้ำฝนจะทาน้ำมันจันทน์ด้วยพู่กันที่หน้าผาก และที่มือซ้ายและมือขวา จากนั้นท่านจะปิดทองลงบนหน้าผาก ที่มือซ้ายและมือขวา จารอักขระยันต์ นะเมตตาม้วนใช้พู่กันเจิมลงไปที่หน้าผาก เพื่อให้เนื้อทองลงไปที่หน้าผากและมือทั้งสองข้าง ขณะทำพิธี หลวงพี่น้ำฝน อธิษฐานจิตท่องคาถาตลอดเวลา เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล

          และที่สำคัญดังกล่าวนี้ท่านได้ สร้างพระขุนแผนทรงเครื่อง, เทพกุมารทองสมบัติคู่บุญบารมีหลวงพ่อพูล อีกด้วย

..............................................................

ปีพุทธศักราช 2553

สร้างพระสังกัจจายน์มหาลาภ

          ในอดีตพระคณาจารย์หลายรูปได้สร้างพระสังกัจจายน์ ขึ้นเป็นวัตถุมงคลหลากหลายเนื้อหามวลสาร รูปแบบพิมพ์ทรง ในส่วนของพระเดชพระคุณพระมงคลสิทธิการ หลวงพ่อพูล อัตตะรักโข พระอมตะเถราจารย์ แห่งวัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม ท่านได้รังสรรค์ พระสังกัจจายน์ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อปีพุทธศักราช 2513 สร้างขึ้นเป็นแบบหล่อโบราณ รุ่นแรก พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก ปีพุทธศักราช 2521 สร้างเหรียญฉลองหอระฆัง ปีพุทธศักราช 2540 สร้างเหรียญโก๋ พระสังกัจจายน์ ปีพุทธศักราช 2544 สร้างลูกอมกริ่งพระสังกัจจายน์พูลสุข ลูกอมพระสังกัจจายน์ แบบช่อบูชา และเหรียญพระสังกัจจายน์  ปีพุทธศักราช 2545 สร้างพระสังกัจจายน์กริ่งอุดมสมบูรณ์พูลสุข ขนาดบูชา ขนาดคล้องคอ กริ่งลูกอมพระสังกัจจายน์ กริ่งลูกอมพระสังกัจจายน์ โลหะเพ็นท์สี ขนาดบูชา 3 นิ้ว ปีพุทธศักราช 2547 ลูกอมพระสังกัจจายน์ มงคลสิทธิการ มั่งมีศรีสุข เนื้อทองคำ เนื้อเงินพ่นทรายสามกษัตริย์ เนื้อโลหะชุบไมครอนขัดเงา และเนื้อสัมฤทธิ์

          จวบจนเมื่อปีพุทธศักราช 2553 ถือเป็นวาระพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปี หลวงพ่อพูลละสังขาร คณะศิษย์ยานุศิษย์ นำโดย พระเดชพระคุณ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์(หลวงพี่น้ำฝน) และประชาชนทั่วไป ได้พร้อมใจกันจัดสร้างวัตถุมงคล พระสังกัจจายน์มหาลาภ รุ่นอุดมสมบูรณ์พูลสุข เพื่อรวบรวมปัจจัยสมทบทุนสร้างวิหารบูรพาจารย์ประดิษฐานสังขารหลวงพ่อพูล โดยรังสรรค์ขึ้นเป็นวัตถุมงคล พระสังกัจจายน์มหาลาภ พิมพ์ต่างๆดังนี้

          สร้อยเม็ดยาพระสังกัจจายน์มหาลาภ อุดมสมบูรณ์พูลสุข พุทธลักษณะเป็นเหรียญรูปพระสังกัจจายน์ ขนาดเล็กเท่าเม็ดยา นำแต่ละองค์มาเลี่ยมทองไมครอน แล้วเรียงร้อยต่อเป็นสร้อยขนาดแขวนคอ เนื้อชุบเงินขัดเงา เนื้อชุบทองขัดเงา และเนื้อสองกษัตริย์            

          เหรียญพระสังกัจจายน์มหาลาภ อุดมสมบูรณ์พูลสุข พุทธลักษณะด้านหน้า องค์พระสังกัจจายน์แต่งองค์ทรงเครื่องยุครัตนโกสินทร์ เปล่งประกายรัศมีทรงอำนาจบารมี นั่งสมาธิ สงบนิ่ง แฝงนัยยะแห่งความงามผุดผ่อง อยู่บนกองเงิน กองทอง อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพย์สิน แก้ว แหวน เงินทอง เพิ่มทวีคูณ            

          ฉากหลังเส้นรัศมีเปล่งประกายแผ่กระจาย บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ เหลือกิน เหลือใช้ เปี่ยมไปด้วยความสุข สมบูรณ์ สมหวัง ทุกประการ

          ด้านหลัง โดดเด่นด้วยยันต์ประจำองค์หลวงพ่อพูล สุดยอดยันต์นะเมตตา ยันเรียกลาภ เรียกทรัพย์ ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูล

          ล้อมรอบด้วยอักษรขอม เอหิลาภังมานิมามา เอหิโภคังมานิมามา คาถามหานิยมเงินทองไหลมานะชาลีติ และลายมือหลวงพ่อพูล เขียนไว้ว่า “นะเศรษฐีนะ”

          มีลายเซ็น คำว่า “หลวงพี่น้ำฝน” นับเป็นเหรียญพระสังกัจจายน์ รุ่นแรกของหลวงพี่น้ำฝนสร้างขนาดกลาง ขนาดจัมโบ้ เนื้อชุบเงินขัดเงา เนื้อชุบทองขัดเงา เนื้อสองกษัตริย์ เนื้อชุบทองหน้าเงิน เนื้อเงินหน้าทองคำ เนื้อทองคำ

          พระสังกัจจายน์มหาลาภ อุดมสมบูรณ์พูลสุข ขนาดบูชา พุทธลักษณะรูปหล่อลอยองค์ ทรงเครื่องรัตนโกสินทร์ อนุรักษ์แบบโบราณกาล นับเป็นสุดยอดพระบูชาที่งดงาม ตามแบบพุทธศิลป์ไทย พิมพ์ทรงสง่างาม นั่งอยู่บนฐานสร้อยแหวนเงินทอง อุดมไปด้วยกองเงินกองทอง ที่ใต้ฐานอุดด้วยพระสังกัจจายน์เนื้อผง สร้างเป็นเนื้อไฟเบอร์กลาส เนื้อสัมฤทธิ์ ขนาด 2 นิ้ว 5 นิ้ว 9 นิ้ว

          ที่สำคัญวัตถุมงคลรุ่นนี้นับเป็นพระสังกัจจายน์ รุ่นแรก ของหลวงพี่น้ำฝน ที่งดงามที่สุดในยุคนี้!!!เปี่ยมไปด้วยพุทธศิลป์ และพุทธคุณอย่างแท้จริง

..............................................................

ปีพุทธศักราช 2554 ท่านได้สร้างหนุมานเชิญธงทรงบารมี

เหรียญหนุมานวายุบุตร สุดยอดความกตัญญู

          จวบจน พระเดชพระคุณหลวงพี่น้ำฝน มีอายุวัฒนมงคล 39 ปี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน ปีพุทธศักราช 2554 โดยคณะศิษย์ยานุศิษย์ได้จัด พิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล 39 ปี มอบอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ตึกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม

          และเมื่อวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พุทธศักราช 2554 ถือเป็นปรมหามงคลของวัดไผ่ล้อม พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ วิหารหลวงพ่อพูล โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพระบรมราชานุญาต อัญเชิญพระนามาภิไธย่อ ม.ว.ก. สมเด็จพระบรมโอรสาธีราชสยามมกุฎราชกุมาร และอักษรพระนามย่อ ศ.ร. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายา อักษรพระนามย่อ พ.ภ. พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา อักษรพระนามย่อ ส.ร. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และอักษรพระนามย่อ ท.ป. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ประดิษฐานที่หน้าบัน วิหารหลวงพ่อพูล สืบต่อไป


เกี่ยวกับวัดไผ่ล้อม




ผู้เข้าชมเว็บไซต์


วันนี้ 41 คน
เมื่อวาน 341 คน
เดือนนี้ 5,441 คน
ปีนี้ 54,094 คน
กำลังออนไลน์ 1 คน

โทรศัพท์. 085-4156464, 061-7826264
E-mail : watpailom2515@hotmail.com